ทำความสะอาดสะดือเด็ก เรื่องที่ต้องใส่ใจทุกขั้นตอน

9

การ ทำความสะอาดสะดือเด็ก ถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ และระวังเป็นอย่างมากเพราะเป็นจุดที่บอบบางหากทำไม่ดี ก็อาจจะส่งผลให้ติดเชื้อได้

ทำความสะอาดสะดือเด็ก

ทำไมต้อง ทำความสะอาดสะดือเด็ก

สายสะดือของเด็กที่เพิ่งคลอดใหม่จะมีทั้งเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดง ที่เชื้อโรคสามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ อีกทั้งโดยรอบจะมีความเปราะบาง มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื่อ ซึ่งในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ระหว่างรอสายสะดือหลุด การทำความสะอาดจึงเป็นสิ่งจำสำคัญ และต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก

เวลาอาบน้ำควรเว้นรอบสะดือไม่ใช้โดนน้ำ ใช่หรือไม่

มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าสะดือเด็กทารกเมื่อโดนน้ำจะแห้งช้า และเน่า แต่ความเป็นจริงแล้วเราสามารถอาบน้ำให้เด็กได้ตามปกติ โดยหลังอาบน้ำเสร็จก็เช็ดตัวให้แห้ง แล้วทำความสะอาดสะดือด้วยแอลกอฮอล์ 70 %

ขั้นตอนการ ทำความสะอาดสะดือเด็ก

อย่างแรกเลยให้คุณพ่อคุณแม่จับสายสะดือตั้งขึ้น แล้วหมุนด้านซ้าย ด้านขวา ด้านหน้า และด้านหลัง ให้สังเกตดูที่โคนสะดือจะมีซอกเล็ก ๆ ซึ่งเป็นบริเวณที่ต้องทำความสะอาด

  1. นำคอตตอนบัดชุบแอลกอฮอล์ 70 % เช็ดที่โคนสะดือให้เช็ดวนไปทางเดียวกัน ไม่ควรเช็ดย้อนไปมา หากเช็ดด้วยคอตตอนบัดทั้งสองด้านแล้วยังไม่สะอาด ให้เปลี่ยนก้านใหม่จนว่าจะสะอาด
  2. ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70 % เช็ดทำความสะอาดตั้งแค่โคนจนถึงปลายสะดือให้ทั่วจนกว่าสะอาด ใช้เช็ดไปทางเดียวเช่นกัน
  3. ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70 % บีบให้หมาด ๆ แล้วเช็ดผิวหนังบริเวณรอบ ๆ สะดือโดยหมุนวนประมาณ 1-2 นิ้ว เพื่อฆ่าเชื้อโรคโดยรอบ

ทำความสะอาดสะดือเด็ก หากพบสภาวะเหล่านี้ไม่ต้องตกใจ

หากพบว่ามีน้ำเหลือซึมออกมา หลังจากสายสะดือหลุดไม่ต้องตกใจถือเป็นเรื่องปกติให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ไปเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะแห้งไปเองภายใน 7-10 วัน

หากพบว่าสะดือเด็กโป่งหรือจุ่น เพราะการร้องหรือเบ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติเพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องของเด็กทารกแรกเกิดยังไม่แข็งแรงดีพอ หากเด็กเริ่มโตขึ้นจนอายุประมาณ 1-2 ขอบก็จะหายไปเอง

พ่อแม่จำนวนมากเข้าใจผิดคิดว่าลูกสะดือจุ่น หรือสะดือโป่งเป็นสภาวะผิดปกติจึงมักจะใช้เหรียญมาปิดสะดือเอาไว้ ซึ่งถือว่าไม่ควรทำเป็นอย่างมาก เพราะอาจจะทำให้เกิดแผล หรือเกิดการสะสมของเชื้อโรคจนทำให้อักเสบได้

การ ทำความสะอาดสะดือเด็ก นอกจากจะใช้ความระมัดระวังแล้วก็ควรหมั่นสังเกต หากพบว่าบริเวณสะดือเด็กทารกมีอาการผิดปกติเช่น บวมแดงบริเวณรอบ ๆ มีหนอง มีกลิ่นเหม็นควรรีบพาไปพบแพทย์ เพราะอาจจะเกิดการติดเชื้อ เพื่อทำการรักษา และป้องกันอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ