เครื่องทำปุ๋ยไฟฟ้า ดียังไง การใช้งานยากหรือไม่

8

การทำปุ๋ยหมักด้วย เครื่องทำปุ๋ยไฟฟ้า ถือเป็นทางออกสำหรับการกำจัดเศษอาหาร โดยไม่ต้องทิ้งไว้ให้เกิดการเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค หนูแมลงต่าง ๆ ภายในบ้าน เครื่องหมักปุ๋ยไฟฟ้ายังเหมาะกับที่อยู่อาศัยทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือคอนโดฯ เพราะมีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถวางไว้ในบริเวณบ้านที่มีพื้นที่จำกัด และการใช้งานไม่ยุ่งยาก ถือเป็นอุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้านเอาไว้

เครื่องทำปุ๋ยไฟฟ้า

เครื่องทำปุ๋ยไฟฟ้า หมักเศษอาหารคืออะไร

เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่สามารถเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยได้อย่างรวดเร็ว และมีขั้นตอนวิธีใช้ที่ง่ายกว่าการทำปุ๋ยหมักแบบเดิมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังดีกับสิ่งแวดล้อมเพราะช่วยลดปริมาณขยะเปียกที่สร้างก๊าซมีเทนหากปล่อยให้ย่อยสลายเองตามธรรมชาติ นอกจากนี้การที่ใช้กำลังไฟน้อยเพียงแค่ประมาณ 65 วัตต์/ชั่วโมง (พอ ๆ กับการเสียบปลั๊กตู้เย็นไว้ตลอดเวลา) จึงดีต่อระบบนิเวศน์ และช่วยประหยัดค่าไฟโดยจะเสียค่าไฟฟ้าประมาณเดือนละ 150 บาทเท่านั้น เครื่องทำปุ๋ยหมักแบบใช้ไฟฟ้า ยังสามารถผลิตปุ๋ยหมักได้ภายใน 24-48 ชม. หากเป็นการผลิตปุ๋ยหมักแบบเก่าอาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ – 1 ปี เลยทีเดียว

หลักการทำงาน เครื่องทำปุ๋ยไฟฟ้า

การทำงานของเครื่องหมักปุ๋ยจากเศษอาหารแบบไฟฟ้าจะให้หลักการเดียวกับเครื่องทำปุ๋ย แบบอบแห้งคือใช้จุลินทรีย์ ความร้อน และอากาศในการย่อยสลายเศษอาหาร แต่เครื่องหมักเศษอาหารจะผลิตปุ๋ยแบบพร้อมใช้ได้ทันที ซึ่งเครื่องอบแห้งจะยังไม่พร้อมใช้ทำเป็นปุ๋ยในทันทีเพราะต้องไปผ่านกระบวนการอื่นอีก

วิธีใช้งาน เครื่องทำปุ๋ยไฟฟ้า

  • แยกน้ำ และเศษอาหารที่มีลักษณะเป็นของแข็งเช่น กระดูก เปลือกหอย ออกให้หมด
  • นำเศษอาหารที่คัดแยกเสร็จแล้วใส่ลงในเครื่อง
  • ปิดฝาทิ้งไว้ ซึ่งเครื่องจะทำการผสมเศษอาหารเข้ากับหัวเชื้อจุลินทรีย์ และอากาศโดยอัตโนมัติ
  • กระบวนการหมักจะทำเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง
  • เมื่อกระบวนการหมักทำไปจนถึงขีดที่กำหนดไว้ ก็สามารถนำไปใช้งานได้ทันที
  • ให้เหลือปุ๋ยไว้ในเครื่องในปริมาณขีดที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นหัวเชื้อในการทำปุ๋ยครั้งต่อไปโดยไม่ต้องเติมจุลินทรีย์ใหม่

เพียงเท่านี้ก็จะได้ปุ๋ยหมักเศษอาหารแบบออร์แกนิกจาก เครื่องทำปุ๋ยไฟฟ้า ที่สามารถนำไปเป็นอาหารของต้นไม้ พืชพันธุ์ต่าง ๆ ได้แล้ว โดยแต่ละขึ้นตอนก็สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นาน จึงถือว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ควรมีไว้เพราะสามารถตอบโจทย์ในการกำจัดเศษอาหาร โดยได้ประโยชน์อีกหลายด้านไปพร้อม ๆ กัน